บทความทั้งหมด

ปรับปรุงล่าสุด 13/08/2563
ตกขาว เป้าขาด มดขึ้น!!!!

ตกขาว เป้าขาด มดขึ้น!!!!

ประเด็นไฟลุกที่ทีมผู้เชี่ยวชาญจากวิโนน่าให้คำปรึกษาบ่อยและมากที่สุดคือ เรื่อง “อาการตกขาว” เรื่องนี้รับรองได้เลยว่าผู้หญิงทุกคนต่างเคยผ่านประสบการณ์ อยากจะบอกว่าการตกขาวในผู้หญิงนั้นเป็นเรื่องปกตินะคะ แต่จะไม่ปกติก็ต่อเมื่อมันไม่ปกติค่ะ^^ (เอ๊ะยังไง งงในงง)

อาการตกขาวที่เป็นปกติ จะมีลักษณะจะมีสีใสหรือสีขาวบ้างเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น อาจมีปริมาณมากในช่วงกลางรอบเดือนที่มีการตกไข่ หรือก่อนมีประจำเดือนและหลังมีประจำเดือน ถ้าเป็นลักษณะนี้ ไม่ต้องกังวลมากเพราะในบริเวณจุดซ่อนเร้นของเราจะมีแบคทีเรียที่ช่วยรักษาสมดุลจุดซ่อนเร้นอยู่แล้ว เรามีหน้าทีรักษาความสะอาดก็เพียงพอค่ะ

ส่วนอาการตกขาวที่ไม่ปกติเคยมีข้อมูลให้แล้วสามารถอ่านเพิ่มได้ที่  shop.winonasoap.com/th/blog/10801/blog-10801

ส่วนเรื่องที่เราจะมาเพิ่มเติมวันนี้คือเรื่องที่หลายคนกังวลใจ และรู้สึกสิ้นเปลืองเมื่อต้องซื้อชั้นในบ่อยๆ เพราะอาการตกขาวทำให้เป้า กกน. บางและขาดในที่สุดเรื่องนี้มีที่มาค่ะ ........ โดยทั่วไปแล้วบริเวณน้องสาวเราเนี่ยจะมีลักษณะเป็นกรดอ่อนๆ pH balance 3.8-4.5 แต่ในบางคนมีความกางเกงในเสียหายเร็วมากแบบว่าไม่ถึง 1 เดือนก็ขาด พังบริเวณเป้า นั่นอาจจะเป็นเพราะภาวะตกขาวรุนแรง หรือตกขาวเป็นกรด ก็เป็นได้ค่ะ ถ้าใครมีอาการแบบนี้เบื้องต้นให้รักษาความสะอาดหมั่นล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาทำความสะอาด อาจจะใช้แผ่นแคร์ฟรีระหว่างวันด้วยก็ได้ค่ะ

เรื่องร้อนใจอีกเรื่องของผู้หญิง... หลายคนมดขึ้น กกน. จะปรึกษาใครก็อายค่ะ แล้วภายในใจก็กังวลว่าจะเสี่ยงโรคอะไรบางอย่างหรือเปล่า?

เบื้องต้นอาการในลักษณะนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงการเป็นโรคเบาหวานค่ะ ในโรคเบาหวานในระยะแรกมักจะไม่มีอาการใดๆ แต่ถ้าหากมีอาการรุนแรงมากแล้วก็จะทำให้เกิดอาการ ได้แก่ กระหายน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย และมีน้ำหนักลด การวินิจฉัยโรคเบาหวานจะต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นหลัก ในกรณีที่กังวลว่าตนเองจะเป็นโรคเบาหวานหมอก็แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดดูก่อนดีกว่า

ปัจจัยอื่นๆที่ทำให้มดขึ้น กกน. อาจจะเป็นเพราะกางเกงชั้นในที่ใช้แล้วอาจมีคราบสกปรก เศษ ปจด. คราบตกขาวอยู่บนกางเกงชั้นใน ตรงนี้มดาจจะชอบ ทำให้มดขึ้นกางเกงชั้นใน ในทางที่ดีไม่ควรหมักหมมกางเกงในที่ใช้แล้ว เพราะอาจจะส่งผลต่อโรคอื่นตามมาค่ะ

อาจจะดูว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่หากใครที่มีอาการรุนแรงมากๆขอแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดและจะได้มีแนวทางการรักษาตามขั้นตอนค่ะ